วันนี้ผมอยากจะแชร์ความรู้สึกที่ได้จากอ่านหนังสือ mindset ครับ . mindset เป็นหนังสือที่เน้นสอนให้เราคิดแง่บวก และยกตัวอย่างความคิดแง่ลบให้เราพิจารณา . พวกเรารู้ดีว่า คนเราเกิดมาไม่เท่ากัน บางคนพื้นฐานทางบ้านดี บางคนมีพรสวรรค์ แต่ทำไม บางคนที่เริ่มต้นได้ดีกว่าเหล่านั้นกลับไม่ได้ประสบความสำเร็จ หรือมีความสุขกับสิ่งที่พวกเขาควรจะมี นั้นเพราะ mindset . ส่วนตัว ผมคิดว่าผมเป็นคนมีความพยายาม มีความอดทน แต่ผมขาดการมองโลกในแง่บวก หนังสือเล่มนี้ได้เข้ามาตอบโจทย์ผม หนังสือได้สอนให้เชื่อในพลังแห่งความพยายาม ไม่ใช่เชื่อในความเก่ง ฉลาด หรือมีพรสวรรค์ เวลาผมเจอเรื่องที่ยาก ผมมักจะลองทำ สนุกและลุยกับมัน แต่เมื่อมันเกินความอดทนผม ผมมักจะปฎิเสธมัน แต่หนังสือได้สอนให้มองความยาก เป็นเรื่องสนุกและท้าทาย ทุกครั้งที่ผมคิดแบบนี้ มันเหมือนมีพลัง และมีรอยยิ้ม ให้ผมยังรู็สึกสนุกกับสิ่งที่ทำอยู่ . ผมมักจะโดนดูถูก โดนโอวอวดเสมอๆ ไม่ว่าผมจะไต่ระดับขึ้นไปสูงแค่ไหน ก็จะยังมีคนเหล่านี้อยู่เสมอๆ แต่หนังสือ ก็ได้สอนให้เข้าใจว่า ผมแค่ยังพยายามไม่มากพอ การสร้างกรอบคิดว่าเราทำไม่ได้ หรือ เราพยายามเต็มที่แล้ว เป็นเพียงแค่การสร้างข้ออ้างให้เรารู้สึกสบายใจ . หนังสือสอนให้เรายอมรับความโง่ ความผิดพลาด การไม่รู้ บางคนเลือกที่จะอยู่นิ่งๆ เฉยๆ สร้างกรอบความคิดแบบตายตัวขึ้นมา เพราะไม่อยากดูโง่ แต่กับคนที่มีกรอบคิดแบบพัฒนาได้ คุณจะยอมรับ และพัฒนาตัวเองต่อไปเรื่อยๆ คุณจะล้มและลุกได้ . ผมเองก็เป็นคนที่อายต่อการรับผิด อายต่อความโง่ของตัวเอง แต่พออ่านเล่มนี้ จะมีคำพูดนึงฝุดขึ้นมา คือ "หน้าที่ถามเป็นหน้าที่คุณ หน้าที่ปฎิเสธเป็นหน้าที่เขา" (คำพูดจาก money coach) ผมกล้าที่จะถามมากขึ้น ตอนโดนปฎิเสธก็จะอายๆนิดหน่อย แต่ถ้าปล่อยโอกาสให้ผ่านไป ผมจะเสียใจกว่า . โดยส่วนตัว หนังสือเล่มนี้ค่อนข้างมีอิทธิพลกับตัวผม จะเรียกว่าผมอวยก็ได้ 555 ผมอยากให้คุณได้อ่านครับ การเปลี่ยนกรอบคิด ถือเป็นของขวัญปีใหม่ การเริ่มต้นปีใหม่ที่ดีมากครับ รักใคร ชอบใคร หนังสือเล่มนี้ถือเป็น ของขวัญ การตอบแทน ที่ดีเลยครับ :) . สำหรับคะแนน ราคา 5/5 ถือว่าไม่แพงครับ จำนวนหน้าประมาณ 350 กว่าๆครับ ภาษา 5/5 ภาษาอ่านเข้าใจง่าย ลื่นไหลดีครับ เนื้อหา 4/5 อยากให้เข้มข้นกว่านี้ครับ